EP.131 Vitamin D - วิตามินดี
“วิตามินดี” มีประโยชน์มากมาย นอกจากอยู่ในแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าและเย็น เพื่อเป็นตัวช่วยดูดซึมแคลเซียมที่รับประทานเข้าไปเสริมสร้างกระดูก และป้องกัน โรคกระดูกพรุน โรคกระดูกบาง แล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่คาดไม่ถึง เช่น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ อีกทั้งยัง คลายความเครียด ลดอาการโรคซึมเศร้า ได้อีกด้วย
ร่างกายของเรา รับวิตามินดีได้จาก 2 ทาง คือ
แหล่งอาหารที่มีวิตามิน D สูง : น้ำมันตับปลา ปลาที่มีไขมันสูง (เช่น แซลมอน ทูน่า) ไข่แดง นมและผติภัณฑ์จากนม เห็ด เมล็ดธัญพืช สาหร่ายบางชนิด
วิตามินดี ดีอย่างไร
- ช่วยลดความเครียด และต้านภาวะซึมเศร้า
- ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
- ช่วยลดอาการปวดรูมาตอยด์
- ช่วยการทำงานของระบบสังเคราะห์ฮอร์โมน
- กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
- ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี
- ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต
- ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
วิตามินดี เป็นหนึ่งวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ แต่หากร่างกายเกิดการติดเชื้อแล้ว วิตามินดี จะทำหน้าที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงานมากผิดปกติ จนส่งผลเสียต่อร่างกายของผู้ป่วยได้เช่นกัน
การมีวิตามินดีในระดับที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากจะช่วยเรื่องความแข็งแรงของสุขภาพกระดูกแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสามารถป้องกันผู้ป่วยจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้
(ที่มา: XINHUA, 2020)
ความแตกต่างของ Vitamin D2 และ vitamin D3 คือ
- Vitamin D2 ได้จากพืชและยีสต์ ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้
- vitamin D3 ร่างกายสามารถสังเคราะห์ ได้เองที่ผิวหนังเมื่อสัมผัสแสงแดด UVB
จึงแนะนำให้ใช้ vitamin D3 มากกว่าการใช้ vitamin D2
ข้อควรระวัง
อาจมีผลต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ทางทางเดินอาหาร ได้แก่ เบื่ออาหาร ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้/อาเจียน ปวดกระดูก ง่วงซึม ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะกลางคืน กระหายน้ำ อ่อนแรง และอาจเกิดนิ่วในไต โดยอาจพบอาการดังกล่าว ในระยะเวลาไม่กี่วัน หรือเป็นสัปดาห์

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น