EP.124 Vitamin B6 - Pyridoxine - ไพริดอกซิน
วิตามินบี 6
วิตามินบี 6 หรือ ไพริด็อกซิน ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ โดยจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากรับประทาน
วิตามินบี 6 สามารถสังเคราะห์เองได้ ด้วยแบคทีเรียในลำไส้บางชนิด โดยการรับประทานเซลลูโลสเสริม ร่วมกับ วิตามินบี 6 การสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีความจำเป็นต้องใช้วิตามินบี 6 และแมกนีเซียม และการรับประทานวิตามินบี 6 ร่วมกับกรดโฟลิก จะช่วยในการสร้างแอนติบอดีและเม็ดเลือดแดง
ประโยชน์ของวิตามินบี 6
- เร่งกระบวนการเผาผลาญอาหารให้เกิดพลังงาน
- รักษาสมดุลฮอร์โมนเพศและลดอาการก่อนมีประจำเดือน
- ช่วยให้อารมณ์ดี
- เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
- ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง
- ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต
- ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
- ช่วยเปลี่ยนรูปของทริปโตเฟนให้เป็นไนอะซิน (วิตามินบี 3)
- ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนังหลายชนิด
- ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ช่วยชะลอวัยได้
- ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน มือชา ขาเป็นตะคริว และปลายประสาทที่แขนขาอักเสบบางชนิด
- ลดอาการปากแห้งและปัญหาด้านการปัสสาวะที่เกิดจากการรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก
แหล่งที่พบวิตามินบี 6 ตามธรรมชาติ
ได้แก่ บริเวอร์ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง วอลนัต กะหล่ำปลี กากน้ำตาล แคนตาลูป ไข่ ตับ ปลา เป็นต้น (นมเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6 ค่อนข้างต่ำ)
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด
อาจเกิดอาการกระสับกระส่ายในเวลานอน ฝันเหมือนจริงเกินไป เท้าชาและมีอาการกระตุก สำหรับผู้ที่รับประทานขนาด 2,000 – 10,000 มิลลิกรัมทุกวัน อาจทำให้เกิดปัญหาต่อระบบประสาทได้ ขอแนะนำว่าควรรับประทานขนาดไม่เกิน 500 มิลลิกรัม ต่อวันจะปลอดภัยกว่า
อาการเมื่อขาด
บวมน้ำ, วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย, กล้ามเนื้อหดเกร็งและเป็นตะคริว, โลหิตจาง, ผิวแห้งและแตกเป็นสะเก็ด
ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่
2 มิลลิกรัม
ข้อควรระวัง
การได้รับวิตามินบี 6 ปริมาณสูงเป็นเวลานาน อาจมีผลต่อระบบประสาท และผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน ไม่ควรเสริมวิตามินบี 6

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น