EP.118 Astaxanthin แอสตร้าแซนทีน
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) เป็นสารสีแดงส้มที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างมากในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ และกระบวนการออกซิเดชั่นที่มีผลทำให้เกิดริ้วรอยและการเสื่อมของเซลล์ก่อนวัยอันควร พบ ในปลาแซลมอน เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับสารชนิดนี้จากอาหารชนิดอื่น
Astaxanthin เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงนิยมนำมาสกัดเป็นอาหารเสริมรูปแบบต่าง ๆ โดยเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการบำรุงดวงตา ช่วยการทำงานของหัวใจ ลดการอักเสบทั่วร่างกาย และช่วยในเรื่องของผิวพรรณ
ประโยชน์ของแอสต้าแซนธิน
ข้อดีของแอสต้าแซนธิน
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ
- ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ชะลอความชรา ลดริ้วรอย
- ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ
- ช่วยบำรุงสายตาลดอาการเมื่อยล้าของสายตา
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
แอสต้าแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แอสต้าแซนธินมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ได้ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งแตกต่างกับ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ที่แค่ช่วยปกป้องภายในหรือภายนอกของเยื่อหุ้มเซลล์เท่านั้น ดังนั้นแอสต้าแซนตินสามารถปกป้องเซลล์ได้ครอบคลุมมากกว่านั่นเอง
มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทําการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ พบว่า แอสต้าแซนธินมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้แรงกว่าสารชนิดอื่น ดังนี้
- วิตามิน ซี 6,000 เท่า
- CoQ10 800 เท่า
- วิตามิน อี 550 เท่า
- Green tea catechins 550 เท่า
- Alpha lipoic acid 75 เท่า
- เบต้าแคโรทีน 40 เท่า
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า
- ชะลอความชรา ลดริ้วรอย
ริ้วรอยที่ปรากฏ เป็นผลสืบเนื่องจาก ผิวหนังชั้นในสุดถูกทําลาย เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความชรา ผิวหนังจะใช้เวลาในการสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อทดแทนเซลล์ผิวที่ตายแล้วประมาณ 4 สัปดาห์ ส่งผลให้ผิวหนังหม่นหมอง ไม่สดใส เกิดริ้วรอย แอสต้าแซนตินจะดักจับอนุมูลอิสระที่ผลิตออกมา จึงทำให้ผิวหนังสามารถเกิดกระบวนการสร้างใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ผิวมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ริ้วรอยลดลง และเกิดความสมดุลของเกราะกำบังผิว
- ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน
คนที่เป็นเบาหวานจะมีการสร้างอนุมูลอิสระปริมาณมาก เมื่ออนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น เชลล์ตับอ่อนที่สร้างอินซูลินถูกทําลายได้ง่าย ทําให้อินซูลินทำงานผิดปกติ เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจากการศึกษาพบว่าแอสต้าแซนธินธรรมชาติ สามารถลดอนุมูลอิสระในเซลล์ตับอ่อนได้ จึงช่วยชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความไวต่อการทำงานของอินซูลินกับเซลล์ภายในร่างกายอีกด้วย
- ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
อนุมูลอิสระสามารถทำลายเซลล์ของผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันได้ ซึ่งแอสต้าแซนธินสามารถกำจัดและป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทําลายผนังหลอดเลือด จึงช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า แอสต้าแซนธินธรรมชาติ สามารถลดการเกิดออกซิเดชันของ LDL Cholesterol ลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์และไขมันรวม และช่วยเพิ่ม HDL Cholesterol (ไขมันชนิดดีต่อสุขภาพ) ได้อีกด้วย
- ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร
แอสต้าแซนธินธรรมชาติจะช่วย ลดการเกิดการอักเสบในทางเดินอาหาร อันเนื่องมาจากเชื้อ H.pyroli อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคกระเพาะอาหาร และกระเพาะอาหารอักเสบ
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดวงตา
แอสต้าแซนตินจะต่อต้านการทำลายของอนุมูลอิสระ ที่ซึมผ่านเยื่อหุ้มเชลล์ที่กล้ามเนื้อตา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่มาเลี้ยงจอตา ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ปรับย่อขยายเลนส์ตาแข็งแรงมากขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดความเมื่อยล้าจากการหดตัวของกล้ามเนื้อดวงตา
- ช่วยเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ
จากผลการศึกษาโดยให้รับประทานแอสต้าแซนธิน ธรรมชาติ ขนาด 2-4 มก./วัน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า แอสต้าแซนธินธรรมชาติช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ช่วยเพิ่มระดับ ความทนทานของร่างกาย ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นและอ่อนเพลียน้อยลง
ผู้ที่ควรทานแอสต้าแซนธิน
- ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพทุกเพศทุกวัย
- ผู้ที่ใส่ใจในความงามและสุขภาพผิว
- ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆเป็นประจำเช่น
- ความเครียด ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์
- ผู้ที่ทำงานหนัก
- ผู้ที่ต้องทํางานใช้สายตากับคอมพิวเตอร์นาน
- นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
- ผู้ที่มีภาวะความเครียด
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารอักเสบ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น