EP.117 สาหร่ายคลอเรล่า Chlorella

 


สาหร่ายคลอเรลลา (Chlorella)
เป็นสาหร่ายเซลล์เดียวสีเขียวที่พบในน้ำจืด  มีสมบัติทางโภชนาการและสุขภาพ สาหร่ายคลอเรลลา จัดเป็นแหล่งของ โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนจำเป็น ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีความอ่อนเยาว์ และช่วยชะลอความชราได้ และคลอเรลลายังเป็นพืชน้ำจืดเซลล์เดียว สีเขียวที่ประกอบด้วยสารคลอโรฟีลล์ในปริมาณที่สูงกว่าพืชชนิดอื่น ซึ่งมีส่วนประกอบอันทรงคุณค่าอาหารและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

สารอาหารต่างๆที่จะได้ในสาหร่ายคลอเรลลา

โปรตีน มีสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3 เท่าของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ 

คลอโรฟีลล์ มีปริมาณสูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ ให้ธาตุเหล็ก

สารซี.จี.เอฟ. (Chlorella Growth Factor) พบเฉพาะในคลอเรลล่าเท่านั้น ให้พลังมหาศาลแก่มนุษย์ 

ผนังเซลล์คลอเรลล่า มีคุณลักษณะพิเศษในการกำจัดสารไฮโดรคาร์บอนและสารโลหะที่เป็นพิษออกจากร่างกายมนุษย์ได้ แต่ผนังเซลล์ของคลอเรลล่ามีความแข็งแกร่งมากจึงทำให้ร่างกายย่อยสลายคลอเรลล่าได้ในปริมาณน้อย จากการวิจัยพบว่า การใช้วิธี Dyno Mill สามารถแตกผนังเซลล์ได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการเลยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมอาหารได้มากกว่าเดิมถึงสองเท่า

กรดโฟลิค ช่วยป้องกันมิให้สตรีแท้งบุตร

วิตามินเอและสารเบต้าคาโรทีน เป็นโปรวิตามินเอ ย่อยง่าย ไม่สะสมจนเกิดพิษในร่างกาย 

ไนอาซีน ช่วยบำบัดโรคจิตประสาทคิทโซเพรเนีย 

แคลเซียม เสริมสร้างกระดูกและฟัน ทั้งช่วยให้ระบบประสาททำงานได้เต็มที่

เหล็ก ช่วยสร้างเม็ดโลหิตแดง 

สังกะสี ที่ช่วยสร้างสมรรถภาพของสมองและช่วยให้ร่างกายฟื้นไข้เร็ว


ประโยชน์ที่จะได้ในสาหร่ายคลอเรลลา

  • ช่วยในการต่อต้านมะเร็งและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • เสริมสร้างเม็ดโลหิตแดง และขจัดสิ่งมีพิษออกจากร่างกาย
  • ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ เสริมสร้างระบบต่อต้านโรคและกระตุ้นร่างกายให้มีชีวิตชีวา
  • บำรุงสายตา ช่วยให้ปอดแข็งแรงและสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้
  • ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยและยังช่วยเสริมการบำบัดโรคหัวใจ
  • ช่วยบำบัดโรคจิตประสาทคิทโซเพรเนีย 
  • เสริมสร้างกระดูกและฟัน ทั้งช่วยให้ระบบประสาททำงานได้เต็มที่
  • เป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย
  • ช่วยสร้างสมรรถภาพของสมองและช่วยให้ร่างกายฟื้นไข้เร็ว
  • กำจัดสารไฮโดรคาร์บอนและสารโลหะที่เป็นพิษออกจากร่างกายได้


สิ่งที่ต้องควรระวัง

ในการบริโภคสาหร่ายเป็นจำนวนมากและระยะเวลานาน คือ ในสาหร่ายมีสารประกอบไนโตรเจนท่ีไม่ใช่โปรตีนในปริมาณสูง คือกรดนิวคลีอิก ซึ่งเมื่อกินเข้าสู่ร่างกายจะได้ผลิตผลสุดท้ายคือ กรดยูริก อาจทำให้มีกรดยูริกในเลือดสูง ทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคเกาต์

ร่างกายขับกรดยูริกออกทางไตปนออกมาในปัสสาวะ แต่กรดยูริกละลายน้ำได้น้อยจึงขับออกจากร่างกายได้ช้า จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อให้กรดยูริกขับออกทางปัสสาวะได้ง่าย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EP.17 หน่อCA(CA1)

EP.13 ลำไส้แปรปรวน(ลำไส้2)