EP. 114 ประโยชน์ และโทษ ของใบย่านาง


ต้นย่านาง สามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น ราก เถา หรือ ใบ โดยแต่ละส่วนจะมีสรรพคุณ 

ดังต่อไปนี้

1. ให้พลังงานและสารอาหารมากมาย ใบย่านางนำใบมาคั้นน้ำ ดื่มเพื่อสุขภาพ หรือว่าใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ มากมาย โดยจะได้รับพลังงานสูงสุดถึง 95 กิโลแคลอรี่ และยังได้รับวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเบต้าแคโรทีนในปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพและบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้แข็งแรง

2. มีฤทธิ์ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ มีสารเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ทำให้หากทานใบย่านางแล้ว จะช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ช่วยให้เม็ดเลือดไม่จับตัวเป็นก้อนจนอุดตัน ป้องกันการเกิดมะเร็ง และต้านจุลินทรีย์ที่ไม่ดีต่อร่างกายได้อีกด้วย โดยจากการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของผักพื้นบ้านไทย ด้วยการทำสารสกัดจาก ใบย่านาง ด้วยแอลกอฮอลล์ เปรียบเทียบกับตัวควบคุม วิตามินซี และวิตามินอี สารสกัดจากย่านางส่วนที่ละลายน้ำและส่วนที่ไม่ละลายน้ำ จะให้ค่า IC50 499.24 และ 772.63 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ เมื่อเทียบกับค่าที่ได้จากวิตามินซี และวิตามินอีที่ IC50 9.34 และ 15.91 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ จึงแสดงให้เห็นว่า ใบย่านาง เป็น 1 ในพืชสมุนไพร ที่ดีต่อการรับประทาน เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย

3. ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีได้ จากการตรวจสอบองค์ประกอบเคมี แล้วพบสาร tiliacorinine ซึ่งเป็นสาร กลุ่ม alkaloid ที่พบในใบย่านาง เมื่อนำมาฉีดทดลองเพื่อรักษาเนื้องอกของหนู ที่ได้รับเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี พบว่า  tiliacorinine  มีนัยสำคัญในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีในหลอดทดลอง โดยกลไกการกระตุ้นกระบวนการ apoptosis ซึ่งเป็นขบวนการในการกำจัดเซลล์ผิดปกติ และเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย และการทดสอบในหนูพบว่าสามารถลดการเจริญของก้อนเนื้องอกในหนูได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลการทดลองที่วิจัยในคน การทดลองนี้จึงยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ และยังคงต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติมจากนี้ต่อไป

4. ใช้ต้านเชื้อมาลาเรียได้ เมื่อนำ รากต้นย่านาง มาทำสารสกัด ทั้งแบบส่วนที่ละลายน้ำ และส่วนที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งต่างมี alkaloid เป็นองค์ประกอบ พบว่าเฉพาะสาร alkaloid ที่ไม่ละลายน้ำ (water-insoluble alkaloid) มีฤทธิ์เพิ่มการยับยั้งเชื้อมาลาเรีย โดยเฉพาะสารที่ระบุโครงสร้างไม่ได้อย่าง สาร alkaloid G ที่มีฤทธิ์สูงสุดในการกำจัดเชื้อมาลาเรียระยะที่แพร่ขยายเข้าสู่เซลล์ จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า ใบย่านาง สามารถใช้รักษาโรคไข้มาลาเรียได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลการทดลองที่วิจัยในคน การทดลองนี้จึงยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ และไม่ควรใช้รักษาพลการ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5. รากและใบ ใช้ถอนพิษ แก้ไข้ได้ ทั้งรากและใบย่านางถือเป็นยาเย็น จึงมีความโดดเด่นด้านการถอนพิษและแก้ไข้ โดยราก สามารถใช้แก้ไข้ได้ทุกชนิด เช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด สุกใส ไข้กาฬ ขับกระทุ้งพิษไข้ ถอนพิษผิดสำแดง และแก้เบื่อเมา ส่วนใบและเถา จะใช้แก้ไข้ ลดความร้อน และแก้พิษตานซาง ซึ่งด้วยความที่ รากย่านาง ใช้แก้ไข้ได้มากมาย จึงถูกบันทึกให้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือ แก้วห้าดวง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ ในบัญชียาจากสมุนไพร ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ร่วมกับรากอีก 4 ชนิดคือ รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา และรากมะเดื่อชุมพร


ประโยชน์ของ ใบย่านาง

1. ใช้รับประทานหรือเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร

ใบย่านาง สามารถทานสดได้ ด้วยการนำยอดอ่อน มาทานเป็นผักเคียงกับอาหารต่าง ๆ หรือจะนำไปประกอบอาหาร คั้นน้ำจากใบไปทำเป็นแกงก็ได้เหมือนกัน โดยที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารคือ แกงหน่อไม้ หรือซุปหน่อไม้ เพราะน้ำจากใบย่านาง ช่วยลดฤทธิ์กรดยูริกและความขมในหน่อไม้ได้ นอกจากนี้ ก็ยังใส่ในแกงเห็ด ต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงขนุน แกงผักอีลอก แกงยอดหวาย แกงอีลอก แกงขี้เหล็ก ในปัจจุบันก็ยังมีคนนิยมนำใบมาคั้นน้ำสด ดื่มเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอีกด้วย

2. เป็นยารักษาโรค

ด้วยคุณสมบัติทางยามากมาย โดยเฉพาะการถอนพิษและแก้ไข้ ทำให้มีการนำ รากและใบย่านาง มาต้ม เพื่อดื่มกิน จะช่วยรักษาอาการไข้ต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะแก้ไข้ แก้ปวดท้อง ถอนพิษจากการกินอาหารที่มีพิษ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ โดยในภาคอีสาน นิยมใช้ราก ต้มเป็นยาแก้อีสุกอีใส ตุ่มผื่น แก้ไข้มาลาเรีย นอกจากนี้ เมื่อนำน้ำย่านาง มาผสมกับดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากผสมจนเหลว สามารถนำมาทารักษา สิว ฝ้า ตุ่มคัน ตุ่มใส ผื่นคัน พอกฝีหนองได้อีกด้วย

3. แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย

ด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ทั้งสามารถกินเพื่อสุขภาพ ใช้ในการรักษาโรค จึงมีการนำ ใบย่านาง ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ไมว่าจะเป็น เครื่องดื่ม แคปซูลแบบยา แชมพู หรือสบู่บำรุงผิว ก็มีเช่นกัน

ใบย่านาง ไม่เพียงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารอย่าง แกงหน่อไม้ แกงเห็ด หรือ แกงขี้เหล็ก แต่ยังสามารถใช้แก้ไข้ ถอนพิษ เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้น หากใครคิดอยากจะทำเมนูที่ต้องใช้ใบย่านางมาเป็นส่วนประกอบ ก็ลองไปหาซื้อกันดู หรือนำมาปลูกไว้ที่บ้าน เพื่อให้สามารถนำมาใช้ทำอาหารหรือดื่มได้ตลอด รับรองว่า จะทำให้อาหารของคุณอร่อย และดีต่อสุขภาพแน่นอน


สำหรับประโยชน์และสรรพคุณของใบย่านางที่เราจะมาแนะนำเพิ่มเติมนั้น มีดังนี้

1. เพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย ใบย่านางมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น และทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากกว่าเดิม

2. ลดความอ่อนเพลีย สำหรับผู้ที่มักจะมีปัญหาอ่อนล้า อ่อนเพลียเป็นประจำ การรับประทานใบย่านางจะทำให้อาการดีขึ้น หรือสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ ให้รับประทานใบย่านางเป็นประจำ จะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไปเนื่องจากใบย่านางมีฤทธิ์เย็นอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดได้

3. บำรุงผิวพรรณ ใบย่านางสามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ เนื่องจากในใบย่านางมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ทำให้ริ้วรอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

4. ป้องกันมะเร็ง ใบย่านางมีสรรพคุณในการฟื้นฟูเซลล์ ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้ดีเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การดื่มน้ำคั้นจากใบย่านางบ่อยๆ จะทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงได้

5. บำรุงอวัยวะภายใน ใบย่านางมีสรรพคุณในการบำรุงตับและไต ช่วยลดระดับความดันโลหิต ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และยังสามารถใช้รักษาอาการอัมพฤกษ์ให้ดีขึ้นได้

6. เป็นยาอายุวัฒนะ ส่วนใบของต้นย่านางเป็นส่วนที่ถูกนำมาใช้มากที่สุด เพราะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น และยังมีสรรพคุณในการป้องกันโรคร้าย เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาอาการภูมิแพ้ ลดระดับความดันโลหิต แก้อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เป็นต้น

เคล็ดลับการใช้ใบย่านางเพื่อสุขภาพ

ใบย่านางไม่ได้มีประโยชน์เพียงในการนำมารับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายเท่านั้น ยังสามารถนำบางส่วนของต้นย่านางมาแก้ไขปัญหาร่างกาย และรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ได้อีก ดังนี้

1. รักษาสิว ใบย่านางสามารถนำมาใช้รักษาสิวได้ โดยการคั้นน้ำใบย่านางสดผสมกับดินสอพอง แล้วนำมาทาบริเวณหัวสิว จะทำให้สิวหายเร็วขึ้น หรือจะนำมามาส์กหน้าก็จะช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งกระจ่างใส และช่วยล้างสารพิษบริเวณผิวหน้าไปในตัวได้ด้วย นอกจากนี้ ใบย่านางยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยให้ผิวหน้าห่างไกลจากริ้วรอย และแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้นด้วย

2. ถอนพิษไข้ รากของต้นย่านางสามารถนำมาถอนพิษไข้ได้หลายชนิด เช่น ไข้หัด ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้กาฬ ไข้ฝีดาษ และไข้ทับระดู เป็นต้น รากของต้นย่านางถูกใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยาห้าราก ซึ่งหมายถึง ตำรับยาแผนไทยโบราณจากสมุนไพรไทย 5 ชนิดได้แก่ รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา และรากมะเดื่อชุมพร ตำรับยาเบญจโลกวิเชียร เป็นตำรับยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพร นอกจากนี้ รากของต้นย่านางยังถูกใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 ด้วย โดยนำรากแห้งไปสกัดต้มกับน้ำดื่มก่อนรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ จนกว่าอาการจะดีขึ้น

3. บำรุงเส้นผมให้ดกดำเงางาม ใบย่านางมีสรรพคุณบำรุงเส้นผมให้ดกดำเงางาม และช่วยแก้ปัญหาผมหงอกได้ ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงสามารถนำใบย่านางมากรองเอากาก หรือขยี้ให้ได้คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สีเขียวให้มากที่สุด จากนั้นให้หมักผมไว้หลังจากสระแล้วทิ้งไว้ทั้งคืน เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าค่อยล้างออก โดยสูตรการหมักผมนี้อาจช่วยให้อาการผมร่วง หรือศีรษะล้านดีขึ้นได้ หรือจะเป็นการนำใบหญ้านางไปปั่นแล้วต้มกับน้ำซาวข้าว จากนั้นนำผ้ามากรองให้เหลือแต่น้ำ แล้วนำไปสระผมสลับกับสระด้วยแชมพูทั่วไป สัปดาห์ละ 1 ครั้ง วิธีนี้อาจช่วยให้ผมของคุณกลับมาดกดำได้อีกครั้ง 

4. รักษาฝีหนอง ฝีหนองสามารถรักษาได้ด้วยใบย่านางเช่นกัน โดยให้นำน้ำใบย่านางมาผสมกับดินสอพอง คนให้เข้ากันจนได้เป็นเนื้อครีมเหลวๆ จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่เป็นฝีหนอง เมื่อทำเป็นประจำจะทำให้ฝีหนองค่อยๆ ยุบลงและหายเป็นปกติในที่สุด

5. แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ใบย่านางสามารถนำมาใช้เพื่อแก้พิษเมื่อถูกแมลงสัตว์กัดต่อยได้เหมือนกัน โดยให้นำใบย่านางมาโขลกไม่ต้องละเอียดมาก แต่ให้พอมีน้ำออกมา จากนั้นให้ทาไว้บริเวณแผลที่โดนกัดต่อย จะช่วยแก้พิษและลดอาการปวดได้ดีมาก

การศึกษาพิษวิทยา 

        สารสกัดใบย่านางด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังของหนู ปริมาณ 10 กรัม ต่อน้ำหนักตัวของหนู 1 กิโลกรัม (คิดเป็นปริมาณ 6,250 เท่าของปริมาณที่คนได้รับ) ไม่แสดงความเป็นพิษ


ข้อควรระวัง   

  • ถือเป็นอาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคไต เพราะในใบย่านางมีฟอสฟอรัส วิตามินเอ และโพแทสเซียมสูง ซึ่งปกติไตจะต้องขับสารเหล่านี้ที่เกินจากความต้องการของร่างกายออกไป 
  • เมื่อผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับสารเหล่านี้ทิ้งตามปกติได้ ก็ทำให้เกิดการสะสมจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
  • ใบย่านางยังมีฤทธิ์เย็น จึงไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดได้

ใบย่านางเป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความชรา และสามารถป้องกันโรคร้ายได้หลายอย่าง อุดมไปด้วยประโยชน์ และคุณค่าทางสารอาหารมากมาย การรับประทานใบย่านางในปริมาณที่เหมาะสม จึงส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อให้การรักษาโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EP.17 หน่อCA(CA1)

EP.13 ลำไส้แปรปรวน(ลำไส้2)