EP.96 ภาวะเลือดข้น Polycythemia
‘ภาวะเลือดข้น’…
1. ภาวะเลือดข้นที่มีสาเหตุจากปริมาณน้ำเลือดหรือพลาสมาลดลง (Apparent Polycythemia)
2. ภาวะเลือดข้นที่มีสาเหตุจากไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงออกมาในปริมาณที่มากเกินไป (Absolute Polycythemia) แบ่งได้ 2 ประเภท
- ไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงมากผิดปกติ (Primary Polycythemia หรือ Polycythemia Vera)
- การผลิตฮอร์โมนอีริโทโพอิติน (Erythropoietin) ในปริมาณที่มากเกินไป (Secondary Polycythemia)
3. จากสาเหตุอื่น ๆ
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnoea) ส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ จึงผลิตฮอร์โมนอีริโทโพอิตินมากขึ้น
- ปัญหาที่เกี่ยวกับไต เช่น เนื้องอกในไต หรือการตีบของหลอดเลือดแดงในไต เป็นต้น
อาการของเลือดข้น
ผู้ที่มีภาวะเลือดข้นในระดับที่ไม่รุนแรงจะมีจะมีอาการ ดังนี้
1. อาการวิงเวียน
2. ปวดศีรษะ
3. ตาพร่า
4.หน้าแดง
5. มือและเท้าแดง
6. อ่อนเพลีย
8. รู้สึกไม่สบายท้อง
9. เลือดกำเดาไหล ฟกช้ำ
10. มีอาการของโรคเกาต์ เช่น มีอาการปวดและบวมตามข้อ
11. คันตามผิวหนังโดยเฉพาะหลังอาบน้ำ
ภาวะเลือดข้นอาจจะส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต และมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรือโรคหลอดเลือดสมองได้
หากพบอาการวิงเวียนศีรษะ หายใจหอบ ไอเป็นเลือด เป็นลม เจ็บหน้าอกหรือมีอาการปวด บวม แดง หรือกดแล้วเจ็บบริเวณขาข้างที่มีลิ่มเลือด เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการของภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis: DVT) บริเวณขา ก่อนที่จะเกิดการอุดตันในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
การรักษา
1. การถ่ายเลือด (Phlebotomy)
2. การใช้ยา
การป้องกันเลือดข้น
ภาวะเลือดข้นที่มีสาเหตุจากปริมาณน้ำเลือดหรือพลาสมาลดลง (Apparent Polycythemia) ป้องกันได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เพื่อป้องกันน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาชนิดต่างๆ เช่น ยาขับปัสสาวะ รวมทั้งจัดการและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้ด้วยการเข้ารับการรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น