EP.73 วิตามินเอ คืออะไร Vitamin A

         วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงต้องการไขมันและแร่ธาตุในการช่วยดูดซึมเข้าร่างกาย สามารถเก็บสะสมในร่างกายได้จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานทุกวัน วิตามินเอนั้น แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ วิตามินเอแบบสำเร็จเรียกว่า เรตินอล (Retinol) พบในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น และโปร-วิตามินเอ (Pro-Vitamin A) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แคโรทีน (Carotene)  พบในอาหารที่มาจากพืชและสัตว์ 

วิตามินเอ 

มีส่วนสำคัญในการทำงานของร่างกายหลายด้าน ได้แก่

  • ช่วยป้องกันอาการตาบอดกลางคืน เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และช่วยในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับดวงตาหลายโรค
  • ช่วยในการมองเห็นในที่มืด
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ
  • ช่วยให้เนื้อเยื่อชั้นนอกของอวัยวะมีสุขภาพดี
  • ช่วยให้ผิวพรรณสุขภาพดี
  • ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ รักษารอยแผลเป็นที่ผิวหนัง
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูก ผม ฟัน และเหงือก
  • เมื่อใช้ทาบริเวณผิวจะมีส่วนช่วยในการรักษาสิว ริ้วรอยตื้นๆ โรคผิวหนังชนิดที่เป็นตุ่มพุพองที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฝี ชันนะตุ และแผลเปิดต่างๆ
  • ช่วยในการรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทรอยด์เป็นพิษ

โรคจากการขาดวิตามินเอ

โรคนัยน์ตาแห้ง และอาการตาบอดตอนกลางคืน เกิดจากการดูดซึมไขมันบกพร่องเรื้อรัง พบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

แหล่งอาหารที่พบวิตามินเอ

น้ำมันตับปลา ตับ แครอท ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม ฟักทอง คะน้า ยอดกระถิน ผักตำลึง ยอดชะอม บรอกโคลี ไข่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม มาการีน และผลไม้สีเหลือง เช่น มะละกอ (ความเข้มของสีผักและผลไม้ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เชื่อถือได้เสมอไป)

ข้อแนะนำ การรับประทานวิตามินเอ

  • เมื่อรับประทานวิตามินอีขนาด 400 IU ต่อวัน ควรรับประทานวิตามินเออย่างน้อย 10,000 IU ควบคู่ไปด้วย
  • การทานยาคุมกำเนิดจะทำให้ร่างกายมีความต้องการวิตามินเอลดลง
  • ถ้าทานตับ แครอท ผักขม มันเทศ หรือแคนตาลูปในปริมาณมากเป็นประจำทุกสัปดาห์ ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานวิตามินเอเสริมอีก
  • ไม่ควรทานวิตามินเอร่วมกับน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ
  • วิตามินเอทำงานร่วมกับวิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสีได้ดีที่สุด (ตับต้องการสังกะสีเป็นตัวช่วยในการนำวิตามินเอออกมาใช้)
  • วิตามินเอช่วยป้องกันวิตามินซีจากการถูกออกซิไดซ์ได้
  • ไม่ควรให้สุนัขหรือแมวรับประทานวิตามินเอเสริม นอกเสียจากว่าสัตวแพทย์แนะนำให้รับประทาน
  • เมื่อทานยาลดระดับคอเลสเตอรอล เช่น คอเลสไทรามีน (Cholestyramine) ร่างกายจะดูดซึมวิตามินเอได้น้อยลง และอาจต้องรับประทานวิตามินเอเสริม
  • อนุพันธ์ของวิตามินเอในรูปแบบรับประทานที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหนังเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง อาจทำให้เด็กในครรภ์พิการได้ หญิงตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานเด็ดขาด
ขนาดที่แนะนำโดยทั่วไปคือ 5000-10,000 IU

ปริมาณวิตามินเอ ในอาหารใน 100 กรัม 
#เปิดให้บริการทุกวัน หยุดทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.
สนใจจองตรวจสุขภาพ!!
053-734398, 093-2493264, 061-2493245
แอดไลน์: crm838
คลิกลิ้งค์ https://line.me/ti/p/RrtscrJSch
Inbox Facebook: Crmclinic HolisticCentre
#สุขภาพ #detox #crmwellness #CRMwellness #AntiAging #wellnesscenter #อายุยืนยาว #ชะลอวัย #ตรวจสุขภาพ #Quantumscan #FoodAllergy #foodAllergy #ImmuneDefense #สารพิษโลหะหนัก #HaevyMetal #Chelation #detoxLiver #Stemcell #Vitamin #Nutrition #Hormone #Longvity #NAD+ #อ่อนเยาว์ #vitamindrip #megadosevitaminC #infrared #อินฟาเรด #ล้างพิษตับ #LiverDetox #LongCovid #ลองโควิด #sleepless #นอนไม่หลับ #โรคนอนไม่หลับ #ตับอักเสบ #ตับอักเสบA ##ตับอักเสบB #ตับอักเสบC #ตับอักเสบD #ตับอักเสบE #มะเร็งตับ #โรคที่มากับฤดูฝน #BioScan #VitaminC #วิตามินซี #antioxidant #สารต้านอนุมูลอิสระ #อนุมูลอิสระ #ไตเสื่อม #โรคไต

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EP.17 หน่อCA(CA1)

EP.13 ลำไส้แปรปรวน(ลำไส้2)