EP.62 อาหารที่ทำให้อืดแน่นท้อง มีแก๊สในกระเพาะ

 อาหารที่ทำให้อืดแน่นท้อง มีแก๊สในกระเพาะ


        อาการท้องอืดแบบนี้มักจะเกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารบางอย่าง และอาหารเหล่านั้นก็ก่อให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร แล้วมักจะทำให้เกิดอาการเรอ ท้องป่อง ท้องอืดและในบางครั้งก็ผายลม คนที่มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก ๆ ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว หากเรามีแก๊สในกระเพาะอาหารมากและรู้สึกท้องอืดได้ง่าย การลดการบริโภคอาหารบางชนิดก็สามารถช่วยได้ อาหารที่ทำให้เกิดแก๊สได้และเราควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้

1. ถั่ว

    ถั่วหลายชนิดมักมีน้ำตาลราฟฟิโนสเป็นจำนวนมาก น้ำตาลชนิดนี้เป็นน้ำตาลเชิงซ้อน ที่มักทำให้ร่างกายมีปัญหาในการย่อย เมื่อน้ำตาลราฟฟิโนสผ่านเข้าไปสู่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ก็จะไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรีย ทำให้เกิดไฮโดรเจน คาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทน ซึ่งก๊าซทั้งหมดนี้จะถูกขับออกทางทวารหนักและทำให้เราผายลม ดังนั้นเพื่อเป็นการลดแก๊สในระบบย่อยอาหาร เราอาจจะต้องลดการบริโภคถั่วออกไป

2. ผลิตภัณฑ์จากนม

    สำหรับผู้ที่ร่างกายผลิตเอนไซม์แลคเตสไม่เพียงพอจะมีปัญหาในการย่อยแลคโตสและทำให้เรามีภาวะแพ้แลคโตสซึ่งอาการแพ้แลคโตสนี้สามารถทำให้ร่างกายเกิดแก๊สเพิ่มมากขึ้นได้ แลคโตสเป็นน้ำตาลที่พบได้ในนมและผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งรวมไปถึงชีส โยเกิร์ตและไอศกรีม  หากเรามีภาวะนี้ให้หลีกเลี่ยงหรือลดการบริโภคผลิตภัณฑ์นม แล้วหันไปทดแทนด้วยนมจากพืช เช่น นมอัลมอนด์หรือผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลืองแทน

3. ธัญพืชเต็มเมล็ด

    ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวสาลีและข้าวโอ๊ต อาหารเหล่านี้มีทั้งเส้นใย น้ำตาลราฟฟิโนสและแป้ง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่และนำไปสู่การเกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้ แต่ข้าวกล้องรวมถึงข้าวไม่ขัดสีอื่น ๆ ถือเป็นธัญพืชชนิดเดียวที่ไม่ก่อให้เกิดแก๊ส ซึ่งสามารถทานได้

4. ผัก

    ผักบางชนิด โดยเฉพาะผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำดาว บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และกะหล่ำดอก เป็นผักที่สามารถทำให้เกิดแก๊สเกินในกระเพาะอาหารได้ เพราะผักเหล่านี้มีน้ำตาลเชิงซ้อนราฟฟิโนสเช่นเดียวกันกับถั่ว  ผักถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ดังนั้นการที่จะงดการกินไปเลยอาจทำให้เราขาดสารอาหารบางอย่างได้ แนะนำให้ลดการบริโภคลงมาจะดีกว่าการงดไปเลย 

5. น้ำอัดลม

   น้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทโซดาอื่น ๆ สามารถเพิ่มปริมาณของแก๊สในระบบทางเดินอาหารของได้ เครื่องดื่มเหล่านี้มักทำให้เกิดการเรอและในบางครั้งก็ทำให้เราท้องอืดได้ด้วย เนื่องจากในน้ำเหล่านี้มีกรดคาร์บอนิก เมื่อกรดชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายก็จะกลายเป็นแก๊สสะสมอยู่ในกระเพาะอาหาร เมื่อแก๊สไหลย้อนกลับขึ้นมาทางปาก จึงทำให้เรามีอาการเรอออกมา

6. ผลไม้

   ผลไม้บางชนิด เช่น แอปเปิ้ล แตงโม ลูกพีช ลูกแพร์ รวมถึงลูกพรุนเชอร์รี่ องุ่น มะม่วง และสับปะรด มีน้ำตาลแอลกอฮอล์ (Sugar Alcohol) ตามธรรมชาติ ซึ่งร่างกายมักจะมีปัญหาในการย่อยน้ำตาลชนิดนี้ ผลไม้หลายชนิดยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งเป็นเส้นใยที่เมื่อผ่านลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียจะย่อยสลายและเกิดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทน 

7. ลูกอม

     การรับประทานลูกอมอาจทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปได้ รวมถึงลูกอมหลายชนิดยังใช้สารทดแทนความหวานซอร์บิทอลเป็นส่วนประกอบ ซึ่งปัจจัยทั้ง 2 อย่างนี้ สามารถนำไปสู่การเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้

8. หัวหอม

    หัวหอมนั้นมีน้ำตาลธรรมชาติที่เรียกว่าฟรุกโตสอยู่ และฟรุกโตสก็ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับน้ำตาลราฟฟิโนสและซอร์บิทอล การรับประทานน้ำตาลฟรุกโตสสามารถก่อให้เกิดแก๊สได้ โดยการเข้าไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียในลำไส้

9. หมากฝรั่ง

    หมากฝรั่งที่ดูเป็นขนมเคี้ยวเล่นธรรมดา ๆ แต่กลับกลายเป็นแหล่งอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้  เพราะการเคี้ยวจะทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปได้มากขึ้น หมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาลบางชนิดก็ใส่สารทดแทนความหวานที่ทำให้ร่างกายย่อยได้ยาก เช่น ซอร์บิทอล แมนนิทอลและไซลิทอล หากเราเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วมีอาการเรอบ่อย ๆ ก็แนะนำให้หยุดการกินอาหารชนิดนี้ เพื่อที่จะได้ช่วยลดแก๊สที่เกิดขึ้นในร่างกาย

10. อาหารแปรรูป

    อาหารแปรรูปไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์แปรรูป ขนมขบเคี้ยว ซีเรียล หรือแม้แต่น้ำสลัด อาหารแปรรูปบางชนิดก็มีส่วนผสมที่หลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงการเติมสารต่าง ๆ เพื่อปรุงแต่งรสชาติอย่างฟรุกโตส แลคโตสและโซเดียม ซึ่งการที่มีสารปรุงแต่งเหล่านี้อยู่เยอะก็สามารถนำไปสู่การเกิดแก๊สที่กระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นได้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EP.17 หน่อCA(CA1)

EP.13 ลำไส้แปรปรวน(ลำไส้2)