EP.52 สารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระ
อนุมูลอิสระ คือ ตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดการเสื่อมถอยของร่างกาย ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของ ริ้วรอย แก่ก่อนวัย และโรคความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่หนักสุด คือ การก่อตัวเป็นเนื้อร้าย หรือ เซลล์มะเร็งนั้นเอง
ร่างกายเรามีสารอนุมูลอิสระมาตั้งแต่เกิด แต่ในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ร่างกายเรายังสามารถกำจัดตัวอนุมูลอิสระได้ดี แต่ที่เราต้องใส่ใจมากขึ้นเริ่มจากวัยทำงาน ถ้าอายุมากขึ้นหรือร่างกายอ่อนแอ มีความเครียด ภูมิคุ้มกันจะไม่สามารถต่อสู้กับอนุมูลอิสระได้ อนุมูลอิสระจะโจมตีเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ
อนุมูลอิสระมาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ในกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร ร่างกายจำเป็นต้องอาศัยออกซิเจนช่วย ในกระบวนการนี้ทำให้ได้ออกซิเจนที่มีประจุลบ ซึ่งก็คือ อนุมูลอิสระ สารตัวนี้นอกจากจะรวมตัวกับไขมันไม่ดีแล้ว ยังสามารถรวมตัวกับสารบางชนิดในร่างกายเรา แล้วก่อให้เกิดเป็นสารพิษที่ทำลายเนื้อเยื่อ หรืออาจไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางพันธุกรรมภายในเซลล์ ทำให้เซลล์ปกติแปรสภาพเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
- ร่างกายขาดวิตามิน และเกลือแร่บางชนิด
- รังสียูวี จะเป็นตัวทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
- มลพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ควันรถ ควันบุหรี่ สารเคมีปนเปื้อน ยาฆ่าแมลง
- การรับประทานอาหารที่ผ่านการทอดด้วยอุณหภูมิสูง อาหารปิ้ง ย่าง และสารปรุ่งแต่งอาหาร
- การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารเคมีต่างๆ
- ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย
สารต้านอนุมูลอิสระ มีไว้ทำอะไร
สารต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันหรือกำจัดอนุมูลอิสระได้จึงมีความสำคัญ สารต้านอนุมูลอิสระสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหลายโรคโดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมอง (เช่น อัลไซเมอร์) เป็นต้น ช่วยชะลอความแก่ โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่มันจะทำอันตราย แต่ถ้ามีการสร้างอนุมูลอิสระเร็วหรือมากเกินกว่าร่างกายจะกำจัดทัน อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
สารต้านอนุมูลอิสระลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้ ๒ ทาง คือ
๑. ลดการสร้างอนุมูลอิสระในร่างกาย
๒. ลดอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระไม่สามารถแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สามารถชะลอให้ความเสียหาย เกิดช้าลงได้โดยเฉพาะโรคเรื้อรังซึ่งเป็นผลลัพธ์สะสมที่เกิดจากเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายถูกทำอันตรายและเสียหายเป็นปีๆ (โดยมากเป็นเวลาหลายสิบปี) เห็นได้จากการรวบรวมความชุกของโรคว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นมากในผู้ใหญ่วัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ ดังนั้นบุคคลทุกเพศทุกวัยจึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระให้พอเพียงต่อความต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายระหว่างสารต้านอนุมูลอิสระ และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น
ประโยชน์สำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ
1.ชะลอกระบวนการแก่ชรา
2.ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
3.ลดภาวะอาการอัลไซเมอร์
4.ลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย
5.ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
6.ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองตีบ
7.ช่วยเป็นเกราะในการป้องกันมลพิษต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อม
| การกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 1. ผัก ผลไม้ ถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลือง และธัญพืชเป็นประจำ 2. ลดการกินอาหารไขมัน อย่าให้เกิน 30% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน ลดไขมันจากสัตว์ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น มาการีน เนยขาว โดนัท มันฝรั่งทอด 3. กินอาหารให้หลากหลาย กินปลา ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ ลดปริมาณเนื้อแดงลง 4. ลดอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงไม่ควรกินเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน เช่น หอยต่าง ๆ ปลาหมึก กุ้ง ไข่แดง(ไข่ขาวทานได้) ไส้กรอก แฮม น้ำสลัดข้น เป็นต้น 5. เพิ่มการกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวที่ไม่ขัดสี ขนมปังโฮลวีต เผือก มัน เป็นต้น 6. ลดอาหารเค็ม อาหารหมักดอง ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1-2 ลิตรต่อวัน | ||||
| ||||
| และออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อย 15-30 นาที โดยไม่หักโหมเท่านี้ท่านก็สามารถมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงและสดใส | ||||

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น